วันอาทิตย์ที่ 17 เมษายน พ.ศ. 2559

หมวดความคุ้มครองต่อตัวรถ ใครคือผู้มีบทบาทสำคัญ

ประสบการณ์ในการซ่อมรถเอาประกัน หลายครั้ง ทำให้รู้ว่า เวลาแจ้งเคลมประกันหมวดความเสียหายต่อตัวรถ ไม่ว่าเราจะเป็นฝ่ายถูก หรือฝ่ายผิด ผู้เล่นที่มีบทบาทสำคัญในการซ่อมรถกลับสู่สภาพเดิม ตามสัญญาของประกัน คือ เราเองผู้เอาประกัน

ทำไมผู้เอาประกันต้องมีบทบาทสำคัญ
เนื่องจากว่าผู้เกี่ยวข้องทั้ง 3 ส่วนคือ อู่ซ่อม บริษัทประกัน ผู้เอาประกัน มีบทบาทหน้าที่ต่างกัน
อู่ซ่อม มีหน้าที่ซ่อมรถที่เสียหายให้กลับสู่สภาพเดิม
บริษัทประกันมีหน้าที่ จัดหาอะไหล่ อนุมัติค่าซ่อม
ผู้เอาประกันมีหน้าที่ตรวจรถว่า กลับสู่สภาพเดิมก่อนรับประกันหรือไม่

ปัญหาเกิดขึ้นเมื่อ
อู่ซ่อมทำไม่ดี ไม่มีการตรวจสอบว่ารถที่ซ่อมเสร็จแล้ว ผ่านมาตรฐาน ผ่าน QC หรือไม่
ประกันเล่นแร่ แปรธาตุ จัดหาอะไหล่เทียม อะไหล่ไม่ได้มาตรฐาน ไม่มีความปลอดภัย เพื่อประหยัดต้นทุน
ผู้เอาประกันไม่รู้เรื่อง โดยเฉพาะผู้หญิง ซึ่งไม่รู้หรอกว่า รถสภาพเดิมๆ นั้นมันเป็นแบบไหน ขนาดคนที่มีความรู้เรื่องรถ ยังไม่รู้เรื่องเลยครับ


ลองมาดูตัวอย่าง
ภาพด้านล่างนี้คือ สภาพรถที่เปิดฝากระโปรงท้ายเพื่อเช็คความเรียบร้อย ดูแล้วก็ปกติใช่มั้ยครับ แต่ผมสงสัยว่า รถ city 2009 คันนี้มันน่าจะมีผ้าปิดตรงฝากระโปรงไม่ใช่หรอ ถามเจ้าหน้าที่อู่ที่ส่งมอบรถก็ตอบว่า ไม่มี ก็เลยกลับมาบ้านด้วยความสงสัย

พอกลับมาเปิด internet ดู ตามรูปด้านล่าง อ่าว โดนต้มเสียแล้ว 
ต้องขอบคุณ google ที่ทำให้คนที่ไม่รู้เรื่องรถ แต่อย่างน้อยก็เอารูปไปอ้างอิงกับผู้รับผิดชอบคือ บริษัทประกัน ให้ไปบอกอู่ว่า ต้องซ่อมรถหรือหาอะไหล่ให้ลูกค้าใหม่ ให้เหมือนเดิมก่อนเกิดเหตุ

อันนี้เป็นแค่ตัวอย่าง จริงๆ มีอีกหลายรายการ 
ที่อู่ซ่อมรถที่ชนแล้ว ไม่กลับสู่สภาพเดิมก่อนเกิดเหตุนั้นๆ บางรายการก็มีผลกับความสวยงาม บางรายการก็มีผลกับความปลอดภัย แต่ทุกรายการที่แตกต่างจากสภาพเดิม คือ ความเสื่อมสภาพจากการเกิดเหตุ แล้วการซ่อมไม่สามารถทำให้กลับสภาพเดิมได้ พวกนี้คือต้นเหตุทำให้รถที่ถูกชนนั้น ราคาขายต่อ จะโดยกดราคาให้ต่ำกว่า รถที่ไม่เคยซ่อมหนัก

คำถามต่อมาคือ ความเสื่อมสภาพจากการซ่อมนี้ ไปเบิกกับใครได้ โดยเฉพาะผู้ที่เป็นฝ่ายถูกหรือฝ่ายโดนละเมิด  เช่น ราคารถตกลง 50,000 บาท จากรุ่นเดียวกันหากเอาไปขายต่อที่เต้นท์รถ ตรงนี้ไปเบิกกับฝ่ายผิดได้หรือไม่

คำตอบคือ เมืองไทยเราน่าจะยากเพราะไม่มีหลักฐานเพียงพอที่จะแสดงให้ชัดเจนได้ว่า ราคาตกไปกี่บาท แต่ความเป็นจริงแล้ว วิญญูชนทั่วไปย่อมรู้ดี ว่าราคารถนั้นตกแน่นอน  หากไปเบิกกับประกันฝ่ายผิด ก็จะบอกว่า ทางประกันฝ่ายผิดได้รับผิดชอบค่าซ่อมไปหมดแล้ว เป็นหน้าที่ของอู่ที่ต้องทำให้รถกลับสภาพเดิม

นี้คือด้านมืดของวงการประกันภัยในเมืองไทย ที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังไม่สามารถเข้ามาทำปัญหาให้กระจ่างได้ แต่ยังดีที่ คปภ. ยังให้ความสำคัญกับ ค่าเดินทางระหว่างรอซ่อม ซึ่งส่วนนี้สามารถเรียกร้องจากประกันฝ่ายผิดได้ หากประกันไม่จ่าย ก็ไปร้องเรียนคปภ.ได้ ให้คปภ.เรียกประกันคู่กรณีมาเจรจา

สรุปความสำคัญของการซ่อมรถตามหมวดความคุ้มครองความเสียหายต่อตัวรถคือ
  1. อู่มีหน้าที่ซ่อมให้รถกลับสู่สภาพเดิม เป็นหลักสำคัญที่เจ้าของอู่ต้องพูดใส่หูช่างทุกคนในอู่ให้ตระหนัก
  2. ประกันมีหน้าที่จัดหาอะไหล่ที่มีคุณภาพให้ลูกค้าด้วยความรวดเร็ว
  3. ผู้เอาประกันมีหน้าที่ตรวจสอบรถให้กลับสู่สภาพเดิม ณ วันที่ซ่อมเสร็จ เพราะอู่กับประกัน ไม่มาช่วยดูให้ ซึ่งผู้เอาประกันต้องมีบทบาทสำคัญเพราะอู่ก็จ้องจะลักไก่งานซ่อม ประกันก็เน้นประหยัดค่าอะไหล่ 
  4. คปภ. ยังไม่มีเวลามาดูปัญหาตรงนี้ เพราะคงกำลังแก้ปัญหาสำคัญ อื่นๆอยู่








วันจันทร์ที่ 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559

พรบ รถยนต์ รหัสสำหรับพรบ รถยนต์ คืออะไร

พรบ รถยนต์ ที่ใช้บ่อย คือ 

รถเก๋ง ส่วนบุคคล รถกระบะส่วนบุคคล และรถตู้ส่วนบุคคล 

ส่วนพรบ ที่มีซื้อเข้ามาบ้าง ใช้ไม่บ่อยคือ 

พรบ รถตู้รับจ้างไม่เกิน 15 ที่นั่ง

ตัวแทนนายหน้า ที่ไม่มีความรู้เรื่องรหัส พรบ รถยนต์ สามารถดู รหัส สำหรับออก พรบ รถยนต์ ได้ตามตารางด้านล่าง



รหัส สำหรับ พรบ กับรหัสกธ ภาคสมัครใจ แตกต่างกันหรือไม่ 

แตกต่างกัน โดยสิ้นเชิง อาจคล้ายๆ กัน แต่ไม่เหมือนกัน เช่น
รถเก๋ง ออกกธ ชั้น 1 ใช้รหัส 110 ออก พรบ รถเก๋งใช้รหัส  1.10
รถกระบะ ออกประกันภาคสมัครใจ รหัส  320 ออก พรบ ใช้รหัส 1.40A เป็นต้น

เบี้ยสุทธิ และ เบี้ยรวมแตกต่างกันอย่างไร

เบี้ยสุทธิ คือเบี้ยประกัน ที่เข้าบริษัทประกัน
เบี้ยรวม คือ บวกเงินที่รัฐบาลฝากมาเก็บเพิ่มคือ อากร และ vat สองอย่างนี้ จ่ายให้บริษัทประกันพักเงินไว้ บริษัทประกันก็จะนำ อากร และ vat ส่งเข้าสรรพากรเป็นรอบๆ ไม่ใช่เงินที่ประกันได้ เป็นภาระหน้าที่ของประกันในการเก็บ และพักเงิน ก่อนนำส่ง รวมถึงการทำบัญชี รายงานสรรพากรอีกต่างหาก

ใครเป็นคนกำหนดให้เก็บค่า พรบ เท่านี้ต่อปี

นายทะเบียน หรือ คปภ เป็นคนคิดเอง ทำเอง อาจคำนวนจากสถิติสินไหมแล้วว่าให้เก็บ 600 บาทต่อปีสำหรับรถเก๋ง ส่วน อากรกับ vat เป็นไปตามกฎหมายกำหนด คือ 250 บาท คิดอากร 1 บาท เศษปัดขึ้น 600/250= 2.4 ปัดเป็น 3 บาท รวม 603 นำไปคูณ vat ปัจจุบัน 7% = 42.21 บาท รวมเงินที่ประกันได้ กับเงินที่รัฐฝากมาเก็บคนทำประกัน คือ 600 + 3 + 42.21 หรือ 645.21 บาท
-------------
Update การเปลี่ยนวงเงินความคุ้มครอง พ.ร.บ. รถยนต์ เริ่ม 1 เมษายน 2559
เป็นข่าวดีของคนไทย นายทะเบียน ได้กำหนดค่าสินไหม พ.ร.บ. ใหม่เป็นของขวัญของคนไทย หลักๆ ที่เพิ่มขึ้นคือ
  • เสียชีวิต จากเดิมได้ 2 แสน เปลี่ยนเป็น 3 แสน เพิ่มขึ้น 50% เลยทีเดียวนะครับ
  • ค่ารักษาสำหรับบุคคลภายนอกหรือผู้โดยสารรถ จากเดิมได้ 50,000 บาท เพิ่มเป็น 80,000 บาท 
  • เห็นได้ว่า ด้วยสินไหมที่เพิ่มขึ้นนี้เอง บริษัทรับประกันที่เน้นขายพ.ร.บ. อย่างเดียวได้ผลกระทบตรงๆ แน่นอนเพราะ ต้องลดค่าใช้จ่ายอื่นๆ ลงเช่น ค่านายหน้า เพื่อรักษาให้เบี้ยรับ พอๆ กับสินไหมที่ต้องจ่าย
  • เบี้ยประกันไม่มีการเปลี่ยนแปลง ประชาชนจ่ายเท่าเดิม 







วันอังคารที่ 5 มกราคม พ.ศ. 2559

ประกัน 2+ 3+ คุ้มครองสุขภาพ ผลิตภัณฑ์ ใหม่จากสินมั่นคงประกันภัย เริ่ม 6,900.43 บาท

สินมั่นคงประกันภัย ออกประกันใหม่ ประกัน 2 พลัส 3 พลัส คุ้มครองสุขภาพ  เริ่มขายปี 2559

บริษัทฯออกผลิตภัณฑ์ใหม่ เป็นประกันรถยนต์ภาคสมัครใจ ประเภทคุ้มครองเฉพาะภัย  2+3+ (คุ้มครองสุขภาพ) โดยจุดเด่นของกรมธรรม์นี้ คือเป็นความคุ้มครองรถยนต์ภาคสมัครใจที่ให้ความคุ้มครองประกันสุขภาพคนไข้ใน(IPD) ให้ผู้เอาประกันรถยนต์ที่มีอายุระหว่าง 25-45 ปี ด้วย  โดยผลิตภัณฑ์นี้จะคิดเบี้ยเฉพาะประเภท 2+ 3+ เท่านั้นและจะมีการออกกรมธรรม์ 2 ฉบับ  คือ
1.1.กรมธรรม์ภาคสมัครใจ 2+3+ หนึ่งกรมธรรม์ และ
1.2.กรมธรรม์ประกันสุขภาพรวม PA อีกหนึ่งกรมธรรม์ 


  เงื่อนไขในการรับประกัน (ประเภท 2+ และประเภท 3+ คุ้มครองสุขภาพ) มีดังนี้

    1. รับประกันรถเก๋ง (รหัส 110) และรถกระบะมีแค็ป,กระบะตอนเดียว,กระบะจดนิติบุคคล (รหัส 210) ยกเว้นรถที่ต่อเติมตู้
    2. ไม่กำหนดอายุรถ (ราคาซื้อขายต้องไม่ต่ำกว่า 100,000 บาท)
    3. ไม่ต้องตรวจสภาพรถ
    4. กรณีเกิดเหตุเป็นฝ่ายผิดได้รับการอนุโลมไม่เรียกเก็บค่าเสียหายส่วนแรก 2,000 บาท (ในกรณีที่กรมธรรม์ระบุความเสียหายส่วนแรก 2,000 บาทไว้)
    5. ผู้เอาประกันรถยนต์และสุขภาพจะต้องเป็นบุคคลเดียวกัน อายุระหว่าง 25-45ปีเท่านั้น ไม่สามารถโอนสิทธิ์ได้ ยกเว้น ในนามนิติบุคคลที่อนุโลมให้ผู้เอาประกันสุขภาพเป็นชื่อกรรมการบริษัท โดยใช้เอกสารอ้างอิงหนังสือรับรองบริษัท
    6. ผู้เอาประกันจะได้รับความคุ้มครองสุขภาพ (IPD=คนไข้ใน) ดังกล่าวได้ ต้องเป็นผู้มีอายุรถระหว่าง 25-45 ปี โดยต้องกรอกรายละเอียดในใบคำขอเอาประกันสุขภาพและแนบบัตประชาชน  ให้บริษัทฯ พิจารณาก่อนทุกครั้ง (ตามไฟล์แนบ)  (กรณีผู้เอาประกันชื่อนิติบุคคล ต้องขอหนังสือรับรองบริษัท เพื่อระบุชื่อกรรมการในการทำประกันสุขภาพได้)
    7. เริ่มขายประกัน ป.2+ และ ป.3+ (คุ้มครองสุขภาพ) ได้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2559 - 31 มีนาคม 2559
    8. เปิดขายได้ทุกรหัสตัวแทน  ค่าคอมมิชชั่นคิดจากค่าเบี้ยประกัน 2+ และ3+ เท่านั้นไม่รวมสุขภาพ


ผลประโยชน์/ความคุ้มครองประกันสุขภาพ วงเงิน
1. PA คุ้มครองกรณีเสียชีวิต,ทุพพลภาพและสูญเสียอวัยวะ 50,000
จากอุบัติเหตุ (อบ.1) ยกเว้น จากการขับขี่หรือโดยสารรถ จยย.

2. กรณีผู้ป่วยใน (IPD)
2.1 ค่าห้อง/ค่าอาหาร/วัน (สูงสุด 30 วัน/ครั้ง) 1,000
2.2 ค่าห้อง ICU/วัน (สูงสุด 10 วัน/ครั้ง) 2,000
2.3 ค่ารักษาพยาบาลทั่วไปในโรงพยาบาล/ครั้ง 10,000
2.4 ค่าผ่าตัด (ตามตารางผ่านตัด/ครั้ง) 20,000
2.5 ค่าแพทย์เยี่ยมไข้/วัน (ไม่เกิน 30 วัน/ครั้ง) 500


ราคาเบี้ยประกันต่อปี
ป.3+  ทุน 100,000 เบี้ย  6,900.43
150,000  เบี้ย 8,000.39
300,000 เบี้ย  9,100.35


ป.2+  ทุน 100,000   เบี้ย 7,750.01


รีวิว ประกันตัวนี้มีข้อควรรู้ก่อนทำประกัน 2 พลัส 3 พลัส คุ้มครองสุขภาพ

  1. ต้องมีการแถลงเรื่องสุขภาพในใบคำขอ ประกันสุขภาพร่วมด้วย ดังนั้น อาจจะทำประกันแพกเกจนี้ไม่ได้ สำหรับบางคนที่มีประวัติมีโรคประจำตัวรุนแรง
  2. ทุนประกัน PA 50000 และค่าห้อง 1000 บาทต่อวัน ที่ได้แถมมากับประกันรถยนต์ ถือว่าได้มาฟรีๆ ก็คุ้มอยู่
  3. ทางประกันสินมั่นคงทดลองเปิดขายถึงแค่ เดือนมีนา 59 ไม่แน่ถ้าเคลมเยอะๆ อาจไม่ต่ออายุแพกเกจนี้
  4. เป็นแพกเกจที่ไม่เสียค่าดีดัก ถึงแม้มีตัวเลข 2000 บาทระบุไว้ ตามข้อ 4
  5. กรมธรรม์ที่ได้รับ ออกมาเป็น 2 กรมธรรม์ นั้นอาจต้องการหลบ ไม่ต้องขออนุญาต คปภ ในการออกแบบกรมธรรม์ให้อยู่ใน กรมธรรม์เดียวกัน คือ ออกเป็นประกันรถยนต์ตามปกติ แต่แถมประกันสุขภาพให้ฟรี ซึ่งรูปแบบแต่ละกรมธรรม์ที่แยกจากกันนั้นเป็นรูปแบบที่ได้ขออนุญาต จำหน่ายแก่ประชาชนผ่านแล้ว แต่ถ้านำมารวมกันอาจขอไม่ผ่าน
  6. ปกติทำประกันรถยนต์ไม่ต้องกรอกใบคำขออะไรมาก แต่ทำแพกเกจนี้ต้องต้องกรอกใบคำขอประกันสุขภาพเพิ่มอีก 1 ขั้นตอน
  7. สำหรับผู้เอาประกันที่เป็นเจ้าของรถ อายุต้องอยุ่ใน ช่วง 25-45 ปี

นับว่าเป็นอะไรที่ออกมากระตุ้นตลาด และตอบโจทย์ผู้บริโภคได้มากทีเดียว ก็ต้องดูกันต่อไปว่า บริษัทอื่นๆ จะออกกรมธรรม์อะไรแปลกๆ ใหม่ๆ ออกมาบ้างในปี 2559 นี้


วันอังคารที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2558

นวกิจประกันภัย ตั้งเป้าปี 59 เน้นงานผ่านตัวแทน คุม loss ratio

   นวกิจ - เป้าหมายทางธุรกิจในปี 2559 บริษัทคาดว่าเบี้ยประกันภัยรับตรงเติบโตประมาณ 5-6% ภายใต้การคาดการณ์เศรษฐกิจขยายตัว 3.5%

   โดยจะเน้นการขยายผ่านช่องทางที่สร้างผลกำไร คือ ช่องทางตัวแทน เพราะตัวแทนแต่ละคนสามารถควบคุมลอสเรโชในพอร์ตโฟลิโอได้ดีกว่าช่องทางอื่น ขณะที่ปี 2558 บริษัทมีสัดส่วนการขายจากช่องทาง
   - ตัวแทน 20% 
   - ช่องทางตัวแทนจำหน่ายรถยนต์ 20% 
   - สถาบันการเงิน 40% 
   - ช่องทางนายหน้า 10% 
   - ลูกค้าตรง 10%

   นอกจากนี้ในปีหน้า บริษัทจะเพิ่มผลิตภัณฑ์แพ็กเกจประกันภัย โดยจะรวมหลายประกันภัยไว้ เช่น ประกันภัยทรัพย์สิน คุ้มครองการโจรกรรม ประกันอัคคีภัย เป็นต้น แพ็คเกจนี้จะตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้ากลุ่มเอสเอ็มอี ที่มีทุนเอาประกันภัยไม่เกิน 50 ล้านบาท 

   "เมื่อเศรษฐกิจมีภาพไม่ดี ลูกค้าบางคนก็ไม่มีเงินก้อนจ่ายค่าประกันภัย ตอนนี้บริษัทเลยอยู่ระหว่างการสอบถามกับ คปภ.ว่าจะสามารถแบ่งจ่ายเบี้ยประกันภัยในกรมธรรม์เป็นรายเดือนได้ไหม" นายปิติพงศ์กล่าว